รีเทนเนอร์คืออะไร? ทำหน้าที่อะไร?
รีเทนเนอร์ (Retainer) หรือเครื่องมือคงสภาพฟัน คืออุปกรณ์ที่ใส่หลังจากถอดเครื่องมือจัดฟัน ไม่ว่าจะเป็นการจัดฟันแบบเหล็กหรือจัดฟันใส Invisalign
หน้าที่หลักของรีเทนเนอร์คือ ยึดฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่จัดไว้ ไม่ให้เคลื่อนกลับสู่ตำแหน่งเดิม เพราะแม้การจัดฟันจะเสร็จสิ้นแล้ว กระดูกและเนื้อเยื่อรอบฟันยังต้องการเวลาในการปรับตัวและยึดฟันให้แน่นในตำแหน่งใหม่
ทำไมฟันถึงเคลื่อนกลับได้?
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ฟันเคลื่อนตัวได้ตลอดชีวิต แม้หลังจัดฟันเสร็จแล้วก็ตาม มีหลายปัจจัยที่ทำให้ฟันขยับ เช่น
แรงจากการบดเคี้ยวในชีวิตประจำวัน — ทุกครั้งที่เคี้ยวอาหาร ฟันรับแรงกดหลายร้อยนิวตัน สะสมทุกวันก็ค่อยๆ ดันฟันให้เคลื่อนได้
เนื้อเยื่อและกระดูกยังไม่นิ่ง — ช่วง 1–2 ปีแรกหลังจัดฟัน เนื้อเยื่อปริทันต์และกระดูกรอบฟันยังอยู่ระหว่างการปรับตัว ฟันในระยะนี้เคลื่อนได้ง่ายที่สุด
แรงดึงของเนื้อเยื่อเดิม — เนื้อเยื่อรอบฟัน “จำ” ตำแหน่งเดิมของฟัน และมีแรงดึงกลับไปตำแหน่งนั้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงปีแรก
การนอนกัดฟัน (Bruxism) — หากนอนกัดฟันโดยไม่รู้ตัว แรงกดที่เกิดขึ้นสามารถดันฟันให้เคลื่อนได้รวดเร็วกว่าปกติมาก
การเจริญเติบโต — สำหรับเด็กและวัยรุ่นที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี ขากรรไกรยังมีการเจริญเติบโตอยู่ ทำให้ฟันมีโอกาสเคลื่อนตัวได้สูง
จัดฟันเสร็จแล้วต้องใส่รีเทนเนอร์ไหม?
ต้องใส่ทุกคน ไม่มีข้อยกเว้น
ไม่ว่าจะจัดฟันแบบเหล็ก จัดฟันใส Invisalign หรือแม้แต่จัดฟันมาหลายปีแล้ว ทันตแพทย์จัดฟันทั่วโลกมีความเห็นตรงกันว่าการใส่รีเทนเนอร์หลังจัดฟันเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ เพราะนี่คือขั้นตอนสุดท้ายที่จะรักษาผลลัพธ์ที่ใช้เวลาและเงินทุ่มลงไปให้คงอยู่
“อยากมีฟันสวยนานแค่ไหน ก็ต้องใส่รีเทนเนอร์สม่ำเสมอนานเท่านั้น”
รีเทนเนอร์มีกี่แบบ? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร?
รีเทนเนอร์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ แบบถอดได้ และ แบบติดแน่น
กลุ่มที่ 1: รีเทนเนอร์แบบถอดได้ (Removable Retainer)
1.1 รีเทนเนอร์แบบลวด (Hawley Retainer)

รีเทนเนอร์แบบคลาสสิกที่ใช้กันมานานกว่าทศวรรษ ประกอบด้วยฐานอะคริลิก (พลาสติกแข็ง) ที่วางบนเพดานปาก และลวดโลหะที่ยึดรอบด้านหน้าฟัน
ข้อดี:
- ทนทาน ใช้งานได้นาน 5–10 ปีหากดูแลดี
- ปรับและซ่อมแซมได้ง่าย หากลวดเบี้ยวทันตแพทย์ปรับได้
- ราคาถูกที่สุดในบรรดารีเทนเนอร์ทั้งหมด
- เลือกสีอะคริลิกได้หลากหลาย
ข้อเสีย:
- เห็นลวดด้านหน้าฟันเวลายิ้มหรือพูด
- อาจรู้สึกแปลกเวลาพูดช่วงแรก
- ค่อนข้างหนาและเทอะทะกว่าแบบอื่น
เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการความทนทานระยะยาว หรืองบประมาณจำกัด
1.2 รีเทนเนอร์แบบใส (Clear Retainer / Essix Retainer)

ทำจากพลาสติกใสบางที่ขึ้นรูปตามฟันของแต่ละคน สวมใส่แล้วแทบมองไม่เห็น
ข้อดี:
- สวยงาม แทบมองไม่เห็นเวลาสวมใส่
- เบา บางกว่า สวมใส่สบาย
- ไม่กระทบการพูดเหมือนแบบลวด
ข้อเสีย:
- อายุการใช้งานสั้นกว่า ประมาณ 1–2 ปี
- แตกหักได้ง่ายกว่าแบบลวด
- ไม่สามารถปรับแต่งได้หากเสียรูป ต้องทำใหม่
- ห้ามสวมขณะกินอาหาร มิฉะนั้นจะแตกหรือเปื้อน
เหมาะกับ: ผู้ที่ต้องการความสวยงาม ไม่อยากให้เห็นเครื่องมือ
1.3 รีเทนเนอร์ Vivera (Vivera Retainer) — พรีเมียมจาก Invisalign

Vivera คือรีเทนเนอร์แบบใสระดับพรีเมียมที่ผลิตโดย Align Technology บริษัทเดียวกับที่ผลิต Invisalign โดยใช้วัสดุ SmartTrack ชนิดพิเศษและเทคโนโลยีการสแกนฟัน 3 มิติ (iTero) ผลิตแต่ละชิ้นให้เข้ากับรูปฟันแต่ละคนอย่างแม่นยำ
จุดเด่นของ Vivera:
- แข็งแรงกว่ารีเทนเนอร์ใสทั่วไปถึง 30% — ทนต่อแรงกดและแรงบิดได้ดีกว่า ไม่แตกหักง่าย
- ใสสะอาด — วัสดุ SmartTrack ให้ความใสที่คงทนกว่า ไม่เหลืองง่ายเหมือนแบบใสทั่วไป
- ได้รับครั้งละ 3 คู่ (6 ชิ้น) — เปลี่ยนชุดใหม่ได้โดยไม่ต้องสแกนฟันซ้ำ หากอันเก่าชำรุด
- ผลิตจากการสแกน 3 มิติ — ไม่ต้องพิมพ์ปากด้วยยางซิลิโคน สบายกว่าสำหรับผู้ที่ไม่ชอบ
เหมาะกับ: ผู้ที่จัดฟันใส Invisalign มาก่อน หรือต้องการรีเทนเนอร์คุณภาพสูงที่ใช้งานได้ยาวนาน

กลุ่มที่ 2: รีเทนเนอร์แบบติดแน่น (Fixed / Permanent Retainer)

เป็นลวดโลหะเส้นเล็กที่ทันตแพทย์ยึดติดไว้ด้านหลังของฟันหน้า (ด้านที่ติดลิ้น) โดยใช้กาวทางทันตกรรมยึดไว้กับฟันทุกซี่ มองไม่เห็นจากภายนอก และถอดออกเองไม่ได้
ข้อดี:
- ไม่ต้องพึ่งวินัยในการใส่-ถอด — ติดอยู่ตลอดเวลา ลืมไม่ได้
- มองไม่เห็นจากภายนอกเลย
- ป้องกันการเคลื่อนตัวได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีช่วงว่าง
- เหมาะสำหรับเด็กหรือผู้ที่คาดว่าจะไม่ค่อยใส่รีเทนเนอร์แบบถอดได้
ข้อเสีย:
- ทำความสะอาดยากกว่า ต้องใช้ไหมขัดฟันแบบพิเศษ (Floss Threader)
- หากลวดหลุดหรือหัก ต้องรีบพบทันตแพทย์ทันที
- อาจทำให้เหงือกระคายเคืองหากดูแลความสะอาดไม่ดีพอ
- ถอดออกไม่ได้เองหากต้องการ
ราคา: ประมาณ 1,500–3,500 บาทต่อชุด
เหมาะกับ: ผู้ที่มีความเสี่ยงฟันเคลื่อนสูง เช่น ฟันห่างมากหรือเคสที่ซับซ้อน หรือผู้ที่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะใส่รีเทนเนอร์แบบถอดได้อย่างสม่ำเสมอ
เปรียบเทียบรีเทนเนอร์ทุกแบบในตารางเดียว
| ประเภท | ความสวยงาม | ความทนทาน | ความสะดวก |
|---|---|---|---|
| ลวด (Hawley) | เห็นลวดด้านหน้า | สูงมาก 5–10 ปี | ปรับแต่งได้ |
| ใสทั่วไป | ใสมาก แทบไม่เห็น | ปานกลาง 1–2 ปี | ถอดออกได้สะดวก |
| Vivera | ใสพรีเมียม | สูงมาก 3–5 ปี | ได้ 3 คู่พร้อมกัน |
| ติดแน่น | มองไม่เห็น | ถาวร | ไม่ต้องถอด-ใส่ |
ต้องใส่รีเทนเนอร์นานแค่ไหน?
นี่คือคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุด และคำตอบอาจไม่ใช่สิ่งที่หลายคนอยากได้ยิน
ช่วงที่ 1: ปีแรกหลังจัดฟัน — ใส่ตลอดเวลา
หลังถอดเครื่องมือจัดฟัน ผู้ป่วยจำเป็นต้องใส่รีเทนเนอร์ตลอดเวลา นานประมาณ 1–2 ปี ถอดได้เฉพาะเวลากินอาหารและแปรงฟัน นี่คือช่วงที่เนื้อเยื่อและกระดูกรอบฟันยังอ่อนตัวอยู่ และมีความเสี่ยงสูงที่สุดที่ฟันจะเคลื่อน
สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี: ควรใส่รีเทนเนอร์ตลอดเวลา (ยกเว้นเวลากิน) จนกว่าจะอายุครบ 20 ปี เพราะขากรรไกรยังมีการเจริญเติบโตและฟันมีโอกาสเคลื่อนได้สูงกว่า
ช่วงที่ 2: ปีที่ 2 เป็นต้นไป — ใส่เฉพาะตอนนอน
เมื่อผ่าน 1–2 ปีแรกไปแล้ว สามารถลดความถี่ในการใส่ได้ อาจใส่เฉพาะตอนนอน 3–5 คืนต่อสัปดาห์ ซึ่งในระยะยาวอาจลดลงเหลือ 2 คืนต่อสัปดาห์ตามคำแนะนำของทันตแพทย์
ช่วงที่ 3: ระยะยาว — ใส่เท่าที่จำเป็น
รีเทนเนอร์จำเป็นต้องใส่ไปตลอด แม้ในภายหลังจะไม่ต้องใส่ทั้งวันเหมือนช่วงแรกก็ตาม เนื่องจากฟันสามารถเคลื่อนตัวได้ตลอดชีวิต การใส่รีเทนเนอร์ก่อนนอนสัปดาห์ละ 2–3 คืนเป็นวิธีง่ายที่ช่วยรักษาผลลัพธ์ได้ในระยะยาว
ถ้าไม่ใส่รีเทนเนอร์จะเกิดอะไรขึ้น?
คำตอบตรงๆ คือ ฟันจะค่อยๆ เคลื่อนกลับ และอาจต้องจัดฟันใหม่ทั้งหมด
หลังจัดฟันเสร็จแล้ว ฟันยังคงมีการเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลาแม้ฟันจะคงตัวแล้วก็ตาม ระดับความเสียหายขึ้นอยู่กับว่าหยุดใส่นานแค่ไหน
ลืมใส่ 1–2 วัน: ยังไม่มีผลเสียชัดเจน ใส่กลับได้ปกติ
ลืมใส่ 3–7 วัน: อาจรู้สึกตึงนิดๆ นั่นเพราะฟันอาจเริ่มมีการเคลื่อนตัว ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ควรรีบใส่กลับทันทีที่นึกได้
ลืมใส่ 1 เดือนขึ้นไป: ฟันเริ่มเคลื่อนตัวชัดเจน รีเทนเนอร์อาจใส่ได้ยากหรือไม่เข้าเลย ควรปรึกษาทันตแพทย์
ไม่ใส่เป็นเดือนๆ ต่อเนื่อง: ฟันอาจเคลื่อนกลับมากพอที่จะต้องจัดฟันใหม่ทั้งหมด ซึ่งหมายถึงเสียทั้งเงินและเวลาซ้ำอีกรอบ
สัญญาณที่บอกว่าควรพบทันตแพทย์
หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรนัดพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบ
- รีเทนเนอร์ใส่ยากขึ้นหรือรู้สึกแน่นผิดปกติ
- ฟันบนและล่างสัมผัสกันต่างจากเดิม
- มองเห็นว่าฟันเรียงตัวเปลี่ยนไปจากหลังจัดฟัน
- รีเทนเนอร์มีรอยแตก หัก หรือเสียรูปทรง
- รีเทนเนอร์แบบติดแน่นหลุดออก
วิธีดูแลรีเทนเนอร์ให้ใช้ได้นาน
รีเทนเนอร์แบบถอดได้ (ลวดและใส)
ทำความสะอาดทุกวัน — ถอดออกแล้วล้างด้วยน้ำเปล่าอุณหภูมิปกติทันที ห้ามน้ำร้อนเพราะทำให้รูปทรงเปลี่ยน แปรงเบาๆ ด้วยแปรงขนนุ่ม ไม่ต้องใช้ยาสีฟันเพราะจะขูดขีดจนขุ่น
แช่น้ำยาทำความสะอาด — ใช้เม็ดฟู่ทำความสะอาดเครื่องมือจัดฟัน (Retainer Cleaner) สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง เพื่อกำจัดแบคทีเรียและกลิ่น
เก็บในกล่องทุกครั้ง — เมื่อถอดออกต้องเก็บในกล่องที่มีฝาปิดเสมอ อย่าวางบนกระดาษทิชชูหรือโต๊ะ เพราะอาจถูกทิ้งโดยไม่ตั้งใจ และห่างจากสัตว์เลี้ยงเพราะชอบกัดแผ่นใส
ถอดก่อนทุกครั้งที่กิน — ยกเว้นรีเทนเนอร์ IPE ตามคำแนะนำพิเศษของทันตแพทย์
ระวังความร้อน — อย่าทิ้งรีเทนเนอร์ไว้ในรถหรือที่ที่อุณหภูมิสูง เพราะพลาสติกจะเสียรูปทรงถาวร
รีเทนเนอร์แบบติดแน่น
ใช้ Floss Threader ทุกวัน — ลวดติดแน่นทำให้ไหมขัดฟันธรรมดาผ่านช่องระหว่างฟันไม่ได้ ต้องใช้ไหมขัดฟันแบบมีหัวพิเศษที่สอดใต้ลวดได้
ตรวจสอบสม่ำเสมอ — ลองกดลวดเบาๆ ทุกสัปดาห์ ถ้ารู้สึกว่าหลวมหรือขยับ ให้รีบพบทันตแพทย์ทันที
ระวังอาหารแข็ง — อาหารที่ต้องกัดแรงๆ อาจทำให้ลวดหลุดออกจากฟัน
คำถามที่ถามบ่อย (FAQ)
ถาม: จัดฟันใส Invisalign เสร็จแล้วต้องใส่รีเทนเนอร์ไหม? ตอบ: ต้องใส่เช่นกัน ไม่ว่าจะจัดฟันแบบไหนก็ต้องใส่รีเทนเนอร์หลังเสร็จสิ้น เพราะฟันมีโอกาสเคลื่อนตัวกลับได้เสมอ สำหรับผู้ที่จัดฟันใส Invisalign มักแนะนำ Vivera Retainer เพราะผลิตจากเทคโนโลยีเดียวกันและเข้ากับฟันได้แม่นยำที่สุด
ถาม: ต้องใส่รีเทนเนอร์ตลอดชีวิตจริงไหม? ตอบ: ในทางอุดมคติ ใช่ แต่ในทางปฏิบัติหลังผ่านช่วง 1–2 ปีแรก สามารถลดลงเหลือใส่เฉพาะตอนนอน ซึ่งส่วนใหญ่รู้สึกไม่เป็นภาระมากนัก ทันตแพทย์จะประเมินและแนะนำตามสภาพฟันของแต่ละคน
ถาม: รีเทนเนอร์แบบไหนดีที่สุด? ตอบ: ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ผู้ที่ต้องการความสวยงามและเพิ่งจัดฟันใส Invisalign มักเลือก Vivera ผู้ที่ต้องการความทนทานและงบประมาณย่อมเยามักเลือกแบบลวด ผู้ที่กังวลว่าจะลืมใส่อาจเลือกแบบติดแน่น
ถาม: ใส่รีเทนเนอร์เจ็บไหม? ตอบ: ช่วงแรกอาจรู้สึกแน่นหรือกดเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนรีเทนเนอร์ใหม่ แต่ความรู้สึกนี้จะหายไปภายใน 1–2 วัน หากเจ็บมากผิดปกติหรือรู้สึกว่าบีบฟันมากเกินไป ควรพบทันตแพทย์
ถาม: รีเทนเนอร์หาย ต้องทำอะไร? ตอบ: ติดต่อคลินิกทันตกรรมโดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยทิ้งไว้นาน ระหว่างรอทำรีเทนเนอร์ใหม่ ฟันอาจเริ่มเคลื่อนตัวได้ ยิ่งรีบทำยิ่งดี
ถาม: รีเทนเนอร์แบบใสกับแบบลวด ดูแลต่างกันไหม? ตอบ: หลักการคล้ายกัน แต่แบบลวดทนทานกว่าและทำความสะอาดง่ายกว่าในแง่ที่ไม่กลัวรอยขูดจากแปรง ส่วนแบบใสต้องระวังไม่ให้น้ำร้อนหรือการบิดทำให้เสียรูป และไม่ควรใช้ยาสีฟันทำความสะอาด
สรุป: รีเทนเนอร์คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดหลังจัดฟัน
การใช้เวลาและเงินจัดฟันมา 1–3 ปี แล้วละเลยเรื่องรีเทนเนอร์คือการทิ้งการลงทุนทั้งหมดนั้นไป เพราะฟันสามารถเคลื่อนกลับได้ภายในไม่กี่เดือนหากไม่ดูแล
รีเทนเนอร์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณขึ้นอยู่กับ สภาพฟัน ไลฟ์สไตล์ และงบประมาณของแต่ละคน ทันตแพทย์จัดฟันที่ดูแลคุณมาตลอดจะเป็นผู้แนะนำได้ดีที่สุด
ที่ Smile Gallery Dental Clinic เราดูแลต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มจัดฟันจนถึงขั้นตอนจัดทำรีเทนเนอร์ เพื่อให้รอยยิ้มที่สวยงามของคุณอยู่กับคุณไปอีกนานเท่านาน
นัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📞 𝗖𝗮𝗹𝗹 𝗖𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿: 02-821-5-821



