ติดตามเรา

ทันตกรรม เพื่อความสวยงาม

     การทำวีเนียร์หรือที่เรียกกันว่า เคลือบฟันเทียมนั้น คือการติดแผ่นเซรามิก หรือคอมโพสิตที่มีความบางปิดทับลงไปบริเวณผิวด้านหน้าของฟันเพื่อแก้ไขปัญหาความผิดปกติของฟัน เช่น

  1. แก้ไขปัญหาฟันสีเทาที่เกิดจากยาเตตร้าไซคลีน
  2. แก้ไขรูปร่างของฟันที่ไม่ดี
  3. แก้ไขการเรียงตัวของฟัน
  4. แก้ไขปัญหาสำหรับผู้ที่มีฟันซี่เล็กหรือใหญ่เกินไป
  5. ฟันบิ่น แตกหรือหัก หรือฟันที่มีผิวฟันไม่เรียบ
  6. ผิวฟันด้านหน้าถูกทำลาย เช่นฟันที่ผุด้านหน้า
  7. ฟันกร่อน ฟันสึก 

     วิธีนี้ช่วยแก้ปัญหาของความผิดปกติในลักษณะต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้นให้มีสีขนาด และการเรียงตัวของฟันที่สวยงาม รวมทั้งเพิ่มความแข็งแรงและทนทานให้แก่ผิวฟันอีกด้วย

      ทั้งนี้คราบสีต่าง ๆ เช่นคราบอาหารคราบบุหรี่ ชา และกาแฟ จะไม่สามารถติดบนวัสดุเซรามิกที่ใช้ในการเคลือบผิวฟันได้ ดังนั้นผู้เข้ารับบริการจึงไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องการติดสีจากคราบดังกล่าว

เคลือบฟันเทียม ( Veneer)

เคลือบฟันเทียมสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดตามชนิดของวัสดุ

  • เซรามิกวีเนียร์ (Porcelain Veneer)
    • วัสดุชนิดนี้มีความแข็งแรงทนทาน มีความใสใกล้เคียงฟันธรรมชาติมาก ทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน
  • คอมโพสิตวีเนียร์ ( Direct Composite )
    • คอมโพสิตวีเนียร์คือการใช้วัสดุอุดสีเหมือนฟัน สร้างรูปร่างของฟันขึ้นมาใหม่ วิธีนี้อาจจะมีการกรอฟันหรือไม่กรอฟันก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพฟันและการสบฟันของคนไข้ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมเนื่องจากใช้เวลาไม่นานและค่าใช้จ่ายถูกกว่า

เคลือบฟันเทียมหรือวีเนียร์เหมาะสำหรับใครบ้าง

  • ผู้ป่วยที่มีฟันดำ ด่าง หรือเปลี่ยนสี อาจจะเนื่องจากการรักษารากฟัน หรือเกิดจากการใช้ยา เตตร้าไซคลิน หรือยาชนิดอื่นๆ หรือ ฟันที่ได้รับฟลูออไรด์มากเกินไป หรือฟันเปลี่ยนสีที่เกิดจากการอุดฟัน
  • ผู้ป่วยที่มีฟันผุ กร่อน
  • ผู้ป่วยฟันแตก หรือฟันบิ่น
  • ผู้ป่วยฟันที่เรียงตัวไม่สวยงาม ไม่สวยงาม ไม่อยู่ในแนวเดียวกัน หรือผิดรูปร่าง หรือฟันไม่เรียบ
  • ผู้ป่วยฟันที่มีช่องว่าง ช่องห่างระหว่างกัน (ต้องการปิดรอยห่างระหว่างซี่ฟัน)

ข้อจำกัดในการเคลือบฟันเทียมหรือวีเนียร์

  1. ผู้ป่วยที่มีเหงือกอักเสบรุนแรง หรือเป็นโรคปริทันต์อักเสบ
  2. ผู้ป่วยที่ poor oral hygiene คือ ไม่รักษาความสะอาดช่องปากหรือดูแลสุขภาพฟันได้
  3. ฟันที่ผุอยู่แล้วควรได้รับการอุดก่อนทำวีเนียร์
  4. ผู้ป่วยที่สบฟันแรงหรือมีการนอนกันฟันรุนแรง
  5. ผู้ป่วยที่มีฟันซ้อนเกมากเกินไป
  6. ผู้ป่วยที่มีพฤติกรรมหรือนิสัยการใช้ฟันที่ผิดปกติ เช่น ชอบกัดเล็บมือ กัดดินสอ แทะของแข็งๆ
  7. คนไข้ที่มีการสบฟันที่ผิดปกติ เช่น มีการสบฟันลักษณะปลายฟันชนกัน ( Edge to edge occlusions) การสบฟันล่างคร่อมบน (Class III)
  8. ผู้ป่วยที่ฟันยังขึ้นไม่เต็มซี่

เซรามิกวีเนียร์ (Porcelain Veneer)

วัสดุชนิดนี้มีความแข็งแรงทนทาน มีความใสใกล้เคียงฟันธรรมชาติมาก ทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างมากในปัจจุบัน

คอมโพสิตวีเนียร์ ( Direct Composite )

คอมโพสิตวีเนียร์คือการใช้วัสดุอุดสีเหมือนฟัน สร้างรูปร่างของฟันขึ้นมาใหม่ วิธีนี้อาจจะมีการกรอฟันหรือไม่กรอฟันก็ได้ขึ้นอยู่กับสภาพฟันและการสบฟันของคนไข้ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่นิยมเนื่องจากใช้เวลาไม่นานและค่าใช้จ่ายถูกกว่า

ข้อปฏิบัติหลังการเข้ารับการเคลือบฟันเทียม(วีเนียร์)

  1. ควรทำความสะอาดด้วยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารเป็นการเริ่มวินัยที่ดีในการดูแลสุขภาพปากและฟันซึ่งเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่ง
  2. ควรทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1 – 2 ครั้ง
  3. ควรให้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็งบริเวณที่ได้รับการบูรณะตกแต่งฟัน
  4. ควรหลีกเลี่ยงการดื่มหรือรับประทานอาหารที่ร้อน เย็นหรือมีความเป็นกรดสูง เช่นน้ำมะนาวเป็นต้น
  5. ควรพบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน
  6. หลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งภายใน 24 ชั่วโมงหลังการติดยึดวัสดุการ เคลือบฟันเทียม (วีเนียร์)
  7. อาการเสียวฟันอาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยบางท่าน โดยอาการดังกล่าวจะสามารถหายได้เองภายในเวลาไม่นาน ซึ่งถ้าเกิดอาการเสียวฟันคนไข้สามารถรับประทานยาแก้ปวดก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดได้ระดับหนึ่ง