สะพานฟัน

Share

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

เมื่อมีการสูญเสียฟันเกิดขึ้น ปัญหาที่มักเกิดตามมา คือ เกิดช่องว่างระหว่างซี่ฟันทำให้เคี้ยวไม่สะดวก, ฟันคู่สบห้อยย้อยลงมา, ฟันข้างเคียงล้มทำให้เกิดช่องว่างระหว่างซี่จนเศษอาหารติด เป็นต้น การทดแทนฟันที่หายไปจึงมีความจำเป็นเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างดังกล่าว

การใส่ฟันด้วยสะพานฟัน เป็นอีกวิธีหนึ่งในการใส่ฟันทดแทนแบบติดแน่นที่มีประสิทธิภาพและทำกันมานาน สะพานฟันคือครอบฟันติดกัน 3-4 ซี่ โดยซี่แรกและซี่สุดท้ายจะเป็นครอบฟันที่นำไปยึดกับฟันธรรมชาติที่อยู่หน้าและหลังของช่องว่างที่โดยถอนฟันไป โดยมีฟันปลอมแขวนตรงกลาง 1-2 ซี่เพื่อแทนที่ฟันที่หายไป

สะพานฟันที่มักใช้บ่อยที่สุดสามประเภท ได้แก่

  1. สะพานฟัน (Fixed Bridges)

เป็นสะพานฟันประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในทางทันตกรรมและทำจากเซรามิกหรือพอร์เซเลนหลอมกับเหล็ก ครอบฟันทำขึ้นสำหรับฟันทั้งสองข้างของฟันที่ หายไป (ฟันหลัก) โดยมีช่องว่างระหว่างฟันทั้งสองซี่

ประเภทของวัสดุที่ใช้ในการทำสะพานฟัน

สะพานฟันที่ประกอบด้วยครอบฟันแบบเซรามิกและโลหะ Porcelain-fused to Metal (PFM) Bridge

  • ข้อดี มีความแข็งแรงและทนทานมากกว่าการครอบฟันแบบเซรามิกล้วนและสีใกล้เคียงสีฟันจริง
  • ข้อเสีย การครอบฟันประเภทนี้อาจต้องมีการกรอฟันปริมาณมากกว่าแบบอื่น

สะพานฟันที่ประกอบด้วยครอบฟันแบบเซรามิกล้วน All Porcelain Bridge

  • ข้อดี สีฟันใกล้เคียงสีฟันจริงมากที่สุด จึงเหมาะกับการรักษาฟันบริเวณฟันหน้า
  • ข้อเสีย การครอบฟันประเภทนี้อาจต้องมีการกรอฟันปริมาณมากกว่าแบบอื่น

สะพานฟันที่ประกอบด้วยครอบฟันแบบโลหะล้วน (ทอง) All Gold Bridge

  • ข้อดี แข็งแรงและทนทาน กรอแต่งผิวฟันน้อย
  • ข้อเสีย สีไม่สวยงาม

ขั้นตอนการทำสะพานฟัน

ขั้นตอนในการรักษามีหลายกระบวนการและหลายขั้นตอน อาจต้องใช้ระยะเวลาในการรักษา 1-2 vอาทิตย์ เนื่องจากมีการนำแบบพิมพ์ฟันจำลองไปยัง Lab สำหรับทำสะพานฟัน เพื่อให้มีขนาดเหมาะสมและพอดีในการรักษา

  1. ทันตแพทย์ตรวจฟันและฉีดยาชาบริเวณฟันที่จะกรอก่อนทำสะพานฟัน
  2. กรอฟันเพื่อเป็นฐานให้แก่สะพานฟัน หากฟันที่เป็นฐานมีการอุดฟันไว้ ส่วนที่ถูกอุดฟันจะดึงออก เนื่องจากจะมีการทำการครอบฟันลงไปแทนที่
  3. การจดบันทึก สี ขนาด รูปร่างของฟันที่ต้องการในการทำสะพานฟัน
  4. พิมพ์ฟันเพื่อทำแบบจำลอง และส่งแบบจำลองไปยัง Lab เพื่อทำสะพานฟัน
  5. ทันแพทย์จะทำการติดสะพานฟันชั่วคราวให้ สำหรับใช้งานระหว่างการรอผลิตสะพานฟันแบบถาวร
  6. หากสะพานฟันชั่วคราวมีอาการหลวมหรือหลุด ให้รีบทำการนัดทันตแพทย์เพื่อรักษาและแก้ไข พร้อมนำสะพานฟันชั่วคราวชิ้นส่วนนั้นมาด้วย
  7. ควรดูแลและทำความสะอาดสุขอนามัยภายในช่องปากขณะติดสะพานฟันแบบชั่วคราว
  8. ขั้นตอนการใส่สะพานฟันจริง ทันตแพทย์จะทำการรื้อสะพานฟันแบบชั่วคราวออก
  9. ติดยึดสะพานฟันแบบถาวรบนฟันด้วยเรซิ่นซีเมนต์ และตรวจเช็คพร้อมปรับแต่งให้มีความเหมาะสม

ข้อดีข้อเสียของการทำสะพานฟัน

ข้อดี

  • ทดแทนฟันซี่ที่สูญเสียไป
  • ป้องกันปัญหาการล้มของฟันซี่ข้างเคียง
  • การออกแบบดูเป็นธรรมชาติคล้ายคลึงกับฟันตามธรรมชาติ
  • กำจัดปัญหาความรำคาญเรื่องการถอดใส่ เป็นฟันปลอมแบบติดแน่น
  • ไม่ต้องมีการผ่าตัด
  • ใช้เวลาน้อย เพียง 1-2 อาทิตย์ก็สามารถมีฟันใช้เคี้ยวได้ตามปกติ
  • เพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้ม และปรับบุคลิกภาพได้ดียิ่งขึ้น เพราะไม่ต้องมีการถอดเข้าออกมาทำความสะอาด

ข้อเสีย

  • มีความเป็นไปได้ที่จะมีการผุของฟันใต้สะพานฟัน
  • กาวหรือซีเมนต์ที่ใช้ในการยึดอาจหมดสภาพตามกาลเวลา
  • จำเป็นที่จะต้องได้รับการตรวจสภาพอย่างเป็นประจำ
  • ทำให้สูญเสียเนื้อฟันธรรมชาติของฟันซี่ข้างๆไปเพื่อใช้เป็นฐานรองรับสะพานฟัน

การดูแลรักษาหลังการทำสะพานฟัน

  1. หลังจากทำสะพานฟัน ควรหลีกเลี่ยงการเคี้ยวอาหารแข็งภายใน 24 ชั่วโมงหลังการยึดติดสะพานฟัน ควรรับประทานอาหารอ่อนจนกว่าจะชินกับสะพานฟัน ผู้ป่วยบางท่านอาจจะพบกับปัญหาเสียวฟัน ซึ่งสามารถหายได้เองภายในเวลาไม่นาน
  2. หลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนหรือเย็นเกินไป หรือมีความเป็นกรด การใช้ยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ ตลอดจนการรับประทานยาแก้ปวด สามารถช่วยป้องกันหรือบรรเทาอาการเสียวฟันได้
  3. การใส่ฟันปลอมแบบสะพานฟันจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าฟันปลอมแบบถอดได้ทั่วไป และที่สำคัญต้องทำความสะอาดให้ดี เพราะด้วยความที่มันติดแน่นอยู่ในปากของเรา จึงทำความสะอาดได้ยากกว่าฟันปลอมแบบถอดได้ เราจึงต้องดูแลทำความสะอาดช่องปากของเราเป็นอย่างดี
  4. ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเคี้ยวของแข็ง (เช่น น้ำแข็ง กระดูก) บริเวณสะพานฟัน
  5. ทำความสะอาดด้วยไหมขัดฟันอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง
  6. พบทันตแพทย์เป็นประจำทุก 6 เดือน
  7. ดูแลรักษา และป้องกันฟันผุ และโรคเหงือก ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการสูญเสียฟัน

บทความอื่นๆ

ติดตามเราได้ที่