ฟันปลอม

Share

Share on facebook
Share on twitter
Share on email

ฟันปลอม คือ ฟันที่มาทดแทนฟันที่เสียไป ซึ่งสามารถใส่เข้าและถอดออกจากปากของเราได้ แม้ว่าฟันปลอมอาจจะต้องใช้เวลาในการทำความคุ้นเคย และไม่มีทางที่จะรู้สึกเหมือนฟันธรรมชาติ แต่ฟันปลอมในปัจจุบันก็แลดูเป็นธรรมชาติและมีความสะดวกสบายมากกว่าเมื่อก่อน ฟันปลอมจะทำโดยเฉพาะสำหรับแต่ละคนในห้องปฏิบัติการทันตกรรม จากการพิมพ์ปากของเรา ทันตแพทย์จะตัดสินว่าฟันปลอมชนิดใดเหมาะสมกับคุณ

ข้อดีของการใส่ฟันปลอม

ข้อดีของการใส่ฟันปลอม

  1. ด้านความสวยงาม จะช่วยรักษารูปร่างลักษณะและความอูมของใบหน้าให้เหมือนเดิม เพราะขณะที่ไม่มีฟัน ใบหน้าของผู้ป่วยจะเปลี่ยนแปลงไปมาก รู้สึกอายไม่อยากพบปะผู้ใด
  2. ผู้ใส่จะไม่รู้สึกสูญเสียฟันธรรมชาติ และจะไม่เป็นที่สังเกตของบุคคลที่ใกล้ชิด เช่น คนในบ้าน เพื่อน ซึ่งเป็นผลดีด้านจิตใจอย่างยิ่ง
  3. ผู้ป่วยสามารถติดต่องานทำภารกิจ และเข้าสังคมได้ตามปกติ
  4. กล้ามเนื้อของใบหน้าจะทำหน้าที่ได้อย่างปกติ เพราะฟันปลอมที่ทำขึ้นสามารถลอกเลียนมิติแนวดิ่งของใบหน้าได้เท่าเดิมรวมทั้งป้องกันการเหี่ยวย่นและตอบเข้าของแก้มถ้ากล้ามเนื้อไม่มีฟันรองรับนานๆ บางครั้งอาจมีผลต่อไปยังข้อต่อขากรรไกร ซึ่งอาจมีหรือไม่มีอาการปวดร่วมด้วย
  5. ช่วยในเรื่องการพูด ผู้ใส่รู้สึกว่าเสียงพูดเหมือนเดิมไม่เพี้ยนเปลี่ยนไป เนื่องจากได้ใส่ฟันปลอมทันทีหลังจากการถอนฟัน
  6. ช่วยในการบดเคี้ยวทำให้ทานอาหารได้อร่อยและเคี้ยวอาหารได้เหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะต้องเคี้ยวอาหารด้วยความระมัดระวังในระยะแรกๆ

ข้อเสียของการใส่ฟันปลอม

  1. คนไข้อาจรู้สึกเจ็บหรือรำคาญในช่วงแรกของการใส่ฟันปลอม
  2. อาจมีการเขินอายหรือเสียบุคลิกภาพในกรณีที่ต้องใส่ฟันปลอมแบบถอดได้ตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะต้องมีการถอดเพื่อล้างทำความสะอาดทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร
  3. มีการสูญหายได้ง่ายในกรณีที่ตัวคนไข้เป็นคนขี้ลืม เพราะบางทีมีการถอดมาล้างทำความสะอาจแล้วอาจลืมไว้ที่ไหนสักแห่ง ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการทำใหม่
  4. ฟันปลอมอาจจะต้องมีการปรับ ทำใหม่ หรือเปลี่ยนฐาน ขึ้นอยู่กับลักษณะการสวมใส่ การเปลี่ยนฐานคือการทำฐานฟันปลอมใหม่โดยที่ยังคงตัวฟันไว้อยู่ นอกจากนี้ เมื่อเราอายุมากขึ้น ปากของเราก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ฟันปลอมหลวม ทำให้การเคี้ยวอาหารลำบาก และระคายเคืองเหงือก
  5. การใส่ฟันปลอมอาจทำให้การออกเสียงบางคำทำได้ยากขึ้น
  6. ฟันปลอมอาจเลื่อนหลุดขณะหัวเราะ ไอ หรือยิ้มได้ในช่วงแรกของการใส่เพราะคนไข้อาจใส่ไม่แน่นเนื่องจากกลัวเจ็บ

ฟันปลอมมี 2 ประเภท 

  • 1.แบบทั้งปาก
  • 2.แบบบางส่วน

ทันตแพทย์จะเป็นคนเลือกว่าจะต้องใช้ฟันปลอมประเภทใด ขึ้นอยู่กับว่าคุณเสียฟันบางซี่หรือหมดทุกซี่ รวมทั้งต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายด้วย

ฟันปลอมถอดได้แบบทั้งปาก (Full Denture)

ฟันปลอมถอดได้แบบทั้งปาก

จะใช้ในผู้ป่วยที่ไม่มีฟันธรรมชำติหลงเหลืออยู่เลยในช่องปาก ฟันปลอมชนิดใส่ทั้งปากนี้จะมีฐานที่ทำจากพลาสติกสีเหมือนเนื้อเยื่อเหงือกคอยรองรับชุดฟันปลอมที่อาจทำจากพลาสติกหรือเซรามิก เวลาใส่ฟันปลอมแบบใส่ทั้งปากแบบทั่วไปมักต้องใช้กาวติดฟันเข้ากับเหงือกของคนไข้

  • ฟันปลอมทั้งปากแบบดั้งเดิม

ฟันปลอมทั้งปากแบบดั้งเดิมจะถูกใส่หลังจากฟันถูกถอนออกหมดและเนื้อเยื่อได้ฟื้นตัวแล้ว การฟื้นตัวของเนื้อเยื่ออาจใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งในช่วงนั้นอาจจะไม่มีฟัน

  • ฟันปลอมทั้งปากแบบทันที

ฟันปลอมทั้งปากแบบทันทีจะสามารถสวมใส่ได้ในทันทีหลังจากที่ฟันทั้งหมดถูกถอนออกที่เรียกว่า ฟันปลอมชั่วคราว (temporary denture) คือ ฟันปลอมที่ทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอย่างและนำมาใช้งานในระยะเวลาสั้นๆ หรือระยะเวลาที่จำกัด หรือสำหรับสภาวะฉุกเฉินเท่านั้น  แม้ว่าฟันปลอมทั้งปากแบบทันทีจะช่วยให้เราไม่ต้องอยู่แบบไม่มีฟัน แต่ฟันปลอมชนิดนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนหลายเดือนหลังจากที่ใส่ไปแล้ว เนื่องจากกระดูกที่รองรับฟันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่ฟื้นตัว ทำให้ฟันปลอมหลวมได้

ฟันปลอมถอดบางส่วน (Removable Partial denture)

ฟันปลอมถอดบางส่วน

ใช้กับคนไข้ที่ยังมีฟันกรามบนหรือล่างหลงเหลืออยู่ตั้งแต่ 1 ซี่ขึ้นไป ซึ่งนอกจากฟันปลอมชนิดนี้จะใส่เพื่อเติมเต็มช่องว่างฟันที่หายไปแล้วก็ยังช่วยป้องกันการเปลี่ยนตำแหน่งของฟัน โดยคนไข้สามารถใส่และถอดฟันปลอมออกมาเองได้ง่าย ๆ ด้วยการปลดตะขอโลหะที่ช่วยยึดฟันปลอมไว้กับฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ตะขอที่ใช้ยึดยังมีชนิดที่ทำจากวัสดุสีเหมือนฟันและเหงือก ซึ่งจะช่วยให้กลมกลืนกับช่องปากยิ่งขึ้น แต่ก็มีข้อเสียตรงที่เปราะบางและแตกหักได้ง่ายกว่าตะขอโลหะ

ฟันปลอมแบบบางส่วนโดยทั่วไปมักมีฐานที่ทำจากโลหะเพื่อความคงทนและแข็งแรง ประกอบกับซี่ฟันปลอมตามตำแหน่งฟันที่หายไปของคนไข้ แต่ก็มีฟันปลอมบางส่วนที่ทำจากพลาสติกเช่นกัน ในปัจจุบันยังมีฟันปลอมที่ทำจากวัสดุอื่น ๆ ให้เลือกใช้ตามกรณีที่เหมาะสม

ฟันปลอมบางส่วนชนิดถอดได้สำหรับฟันที่หายไปหนึ่งหรือหลายซี่วัสดุชนิดต่างๆ ที่เลือกได้แก่

ฟันปลอมวัสดุฐานอะคริลิค

ฟันปลอมวัสดุฐานอะคริลิค
  • ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งหมด
  • พลาสติกสีชมพูของฐานฟันปลอมจะเป็นอะคริลิกที่มีความเปราะและเป็นวัสดุชนิดเดียวกับที่ใช้ทำฟันปลอมทั้งปาก
  • กรณีที่ฟันหายไปหลายซี่ จะมีการเติมตะขอลวดดัดเข้าไปโครงสร้างฐานฟันปลอมด้วยเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ
  • มักใช้บ่อยในกรณี ฟันที่เหลืออยู่ผุหรือมีโรคปริทันต์และมีสุขภาพช่องปากและฟันไม่ดี
  • ถ้าต่อมาในระหว่างช่วงการรักษา ฟันธรรมชาติที่เหลืออยู่ต้องถูกถอนออกด้วยเหตุผลใดก็ตาม สามารถเติมฟันปลอมเพื่อทดแทนได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้ป่วยยังดูดีอยู่
  • ใช้เป็นฟันปลอมบางส่วนชนิดถอดได้ใส่ทันที (immediate partial denture) นั่นหมายความว่า ฟันปลอมถูกทำขึ้นมาก่อน เมื่อฟันธรรมชาติถูกถอนก็ใส่ฟันปลอมได้เลยทันทีหลังการถอนฟัน

ฟันปลอมวัสดุฐานโครงโลหะ

ฟันปลอมวัสดุฐานโครงโลหะ
  • ครงโลหะจะถูกออกแบบให้พอดีกับฟัน เมื่อใส่ลงไปบนฟันแล้วจะต้องมีความแนบที่ดี เพื่อความมั่นคงและการยึดอยู่
  • ฟันอาจมีการถูกแต่งให้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก่อนเพื่อให้ใส่ฟันปลอมบางส่วนได้โดยไม่รบกวนการบดเคี้ยวของผู้ป่วยโครงสร้างโลหะของฟันปลอมจะไม่แตะบนเหงือก ดังนั้นถ้ามีการยุบตัวจากเดิมฟันปลอมชนิดนี้จะไม่ยุบจมไปกับเหงือกจึงแทบไม่ต้องเติมฐานฟันปลอมใหม่โครง
  • โลหะรุ่นใหม่ทำจากโลหะผสมที่แข็งแกร่งอย่างมากอายุการใช้นานค่อนข้างนาน
  • คนไข้จะรู้สึกไม่รำคาญ และพูดชัดกว่า เพราะฟันปลอมชนิดนี้ถูกออกแบบมาให้เบาบาง ซึ่งทำให้รู้สึกมีความบางมากๆ และไม่หักเมื่อเทียบกับพลาสติกชนิดต่างๆ และรบกวนลิ้นน้อยกว่า

ฟันปลอมวัสดุฐานแบบยืดหยุ่น (Valplast)

ฟันปลอมวัสดุฐานแบบยืดหยุ่น
  • ฐานฟันปลอมทำจาก ไนล่อนหรือไวนิล คอมโพสิต มีความยึดหยุ่นในเรื่องของการรับแรงบดเคี้ยวได้ดี
  • สามารถใช้แทนโลหะและวัสดุอะคริลิกสีชมพู ในการสร้างโครงสำหรับฟันปลอมบางส่วนถอดได้มาตรฐาน
  • แทบจะไม่มีการแตกหัก และมีสีชมพูเหมือนเหงือก สามารถทำให้ค่อนข้างบางได้ และไม่เพียงแต่ทำฐานฟันปลอมได้เท่านั้น ยังใช้ทำเป็นตะขอยึดฟันได้ดีด้วย
  • คนไข้จะรู้สึกสบายและไม่ค่อยเจ็บเมื่อใส่ฟันปลอมชนิดนี้

ขั้นตอนการทำฟันปลอม

  1. ทันตแพทย์จะทำการประเมินสุขภาพช่องปากในเบื้องต้นก่อน(ในกรณีที่มีฟันเหลืออยู่) บางรายอาจมีการถ่ายภาพรังสีประเมินร่วมด้วย และหากพบว่ามีโรคปริทันต์ หรือฟันผุ หรือมีการพิจารณาถอนฟันเพิ่ม อาจต้องทำการรักษาเหล่านั้นให้เสร็จก่อน
  2. ในกรณีที่ฟันถูกถอนหรือหลุดร่วงออกไป เบ้าฟันที่ว่างเปล่าจะถูกเติมเต็มด้วยกระดูกรองรับฟัน รวมถึงเนื้อเยื่อเหงือกบริเวณฟันซี่นั้นที่จะค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างหรือยุบตัวลง ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาประมาณ 8-12 สัปดาห์ เมื่อเหงือกและกระดูกฟันอยู่ในสภาวะคงที่แล้วจึงตามมาด้วยขั้นตอนการทำฟันปลอมชนิดถาวร
  3. การพิมพ์ปากสำหรับทำฟันปลอมอาจมีการพิมพ์หลายๆครั้งขึ้นอยู่กับชนิดของฟันปลอมที่คนไข้เลือก และนำแบบที่พิมพ์นั้นส่งห้องปฏิบัติการทันตกรรมเพื่อทำชิ้นงาน
  4. เมื่อได้ชิ้นงานจากห้องปฏิบัติการมาแล้วทันตแพทย์จะนัดคนไข้ให้กลับมาใส่ชิ้นงานพร้อมกับมีการแก้ไขในกรณีที่ชิ้นงานทำมาไม่พอดี เมื่อแก้ไขเสร็จก็จะใส่ฟันปลอมชนิดนั้นๆให้คนไข้กลับไปใช้งาน
  5. ทันตแพทย์จะมีการนัดผู้ป่วยกลับมาตรวจหลังใส่ฟัน อาจเป็นวันรุ่งขึ้นถัดมา หรือ2-3วันหลังใส่ฟันไป เพื่อทำการตรวจในปากและถามผลการใช้งาน เพื่อแก้ไขให้ดีขื้น

ระหว่างการทำฟันปลอมนี้ คนไข้จะต้องไปพบทันตแพทย์เป็นระยะ ๆ ประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อาจนานประมาณ 4-5 สัปดาห์ขึ้นกับชนิดของฟันปลอม จนกว่าการทำฟันปลอมจะเสร็จสมบูรณ์ และเมื่อใส่ฟันปลอมเรียบร้อยแล้วก็อาจต้องกลับไปพบทันตแพทย์อีกในช่วงเดือนแรก เพื่อปรับหรือตกแต่งฟันปลอมเพิ่มเติมให้พอดีกับช่องปากยิ่งขึ้น

คำแนะนำและข้อควรปฏิบัติหลังใส่ฟันปลอม

  1. นอกจากฟันปลอมจะต้องสะอาดแล้วเนื้อเยื่อที่รองรับฟันปลอมจะต้องสะอาดด้วยควรกำจัดเศษอาหารที่เหลือตกค้างหรือพวกเศษเยื่อบุผิวบริเวณสันเหงือก ลิ้น โดยใช้แปรงขนอ่อนๆหรือผ้านุ่มๆ ทำความสะอาดร่วมด้วย
  2. ไม่แนะนำให้ผู้ป่วยที่ใส่ฟันปลอมให้ใช้วัสดุนิ่มๆไปเสริมใต้ฐานฟันปลอม ไม่แนะนำให้ซ่อมและเสริมฐานฟันปลอมหรือกรอแต่งแก้ไขฟันปลอมเองเพราะจะทำให้ฟันปลอมเสียได้
  3. ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเวลาในการใส่และถอดฟันปลอม โดยในช่วงหลายวันแรกหลังจากใส่ฟันปลอมอาจให้คนไข้ใส่ไว้ตลอดเวลารวมทั้งขณะนอนหลับ การใส่ฟันปลอมตลอดเวลาอาจทำให้รู้สึกไม่สบายปาก แต่ก็เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการดูว่ามีบริเวณใดที่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติมหรือไม่ และเมื่อฟันปลอมถูกปรับแต่งเพิ่มเติมดีแล้วจึงควรถอดฟันปลอมออกก่อนนอน เพื่อช่วยให้เหงือกได้พัก อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการเกิดเชื้อราในช่องปากด้วย
  4. ถอดฟันปลอมออกล้างหลังจากรับประทานอาหาร ใช้น้ำชะล้างฟันปลอมเพื่อขจัดคราบอาหารที่ติดอยู่ออก และระหว่างนี้ควรระวังไม่ให้ฟันปลอมหลุดมือหรือตกจนแตกเสียหายได้
  5. จับฟันปลอมอย่างระมัดระวังและเบามือ ป้องกันไม่ให้พลาสติกหรือตะขอของฟันปลอมโค้งงอหรือเสียหายขณะถอดออกมาล้างทำความสะอาด
  6. แปรงทำความสะอาดฟันปลอมอย่างน้อยวันละครั้ง ทำความสะอาดฟันปลอมอย่างอ่อนโยนด้วยการจุ่มหรือแปรงด้วยน้ำยาหรือเม็ดฟู่สำหรับทำความสะอาดฟันปลอมที่ไม่มีฤทธิ์กัดกร่อน เพื่อช่วยขจัดเศษและคราบอาหาร รวมถึงกาวติดฟันปลอมที่อาจเหลือติดค้างอยู่ตามร่องฟัน
  7. แช่ฟันปลอมค้างคืน ฟันปลอมหลาย ๆ ชนิดจำเป็นต้องเก็บในที่ที่มีความชื้นเพื่อคงรูปร่างของฟันปลอมไว้ จึงควรแช่ฟันปลอมไว้ในน้ำเปล่าหรือน้ำยาแช่ฟันปลอมชนิดอ่อน ๆ ข้ามคืน อย่างไรก็ตามผู้ที่ใส่ฟันปลอมควรพูดคุยสอบถามทันตแพทย์ถึงวิธีการเก็บรักษาหรือแช่ฟันปลอมที่เหมาะสม และทำความสะอาดและแช่ฟันตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือแพทย์ที่ติดฟันปลอมให้จะดีที่สุด
  8. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อน และยาสีฟันที่ช่วยให้ฟันขาวหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารฟอกสีฟัน เพราะอาจทำให้ฟันปลอมเสียหายและมีสีหมองคล้ำลง รวมถึงการใช้น้ำร้อนที่จะส่งผลให้ฟันปลอมเกิดการบิดงอได้
  9. ล้างฟันปลอมก่อนใส่กลับเข้าไปในปาก โดยเฉพาะหากฟันปลอมนั้นถูกแช่ในสารละลายสำหรับแช่ฟันปลอม เนื่องจากสารละลายที่ใช้แช่นี้อาจมีส่วนผสมของสารเคมีอันตรายและอาจมีผลข้างเคียงให้อยากอาเจียน มีอาการเจ็บหรือแสบร้อนเมื่อกลืนลงไปได้
  10. ควรระวังในการรับประทานอาหารร้อนและอาหารแข็ง หลีกเลี่ยงอาหารที่เหนียวหรือแข็งเกินไป รวมถึงการเคี้ยวหมากฝรั่งและการใช้ไม้จิ้มฟันขณะใส่ฟันปลอม
  11. พบทันตแพทย์หากรู้สึกว่าฟันปลอมไม่พอดีหรือเริ่มหลวม เนื่องจากฟันปลอมที่หลวมนั้นอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการเจ็บปวด ระคายเคือง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อตามมา

บทความอื่นๆ

ติดตามเราได้ที่